
คลิกที่ปุ่มstartเพื่อฟังเพลง ขนาดไฟล์5.46M.โปรดรอโหลดสักครู่นะครับ
เนื้อร้อง - ทำนอง โดยฉัตรชัย ศิริพันธุ์ ขับร้อง โดย น้องหยากับนายฉาย
ดนตรี โดย อาจารย์ณภัทร(วิเชียร)กับนายฉาย
เนื้อร้อง - ทำนอง โดย..ฉัตรชัย ศิริพันธุ์(ดีฆอลาฆู)
ร้องนำโดย น้องหยา (บุปผาชาติ ปานสม)และนายฉาย
ดนตรีโดย อาจารย์นภัทร(วิเชียร) ชูรักษ์และนายฉาย
4 มีนาคม 2552-30 มกราคม 2553 |
(หญิง) แดนดิน..ถิ่นล้านนา มีสล่าเก่งกล้าเกรียงไกร สร้างสรรค์สืบศิลปะไทย ดำรงไว้ในแผ่นดินถิ่นสยาม
สืบศิลป์สร้างสรรค์มานานปี เป็นศักดิ์ศรีความดีที่งดงาม
(ชาย) ล้ำค่าคู่ควรจดจำ (พร้อมกัน) ตำนานบ้านดำ ตำบลนางแล
(ชาย) แผ่นดินนี้จดจำ (พร้อมกัน) ตำนานบ้านดำ ณ ตำบลนางแล ...............(ดนตรี)
(หญิง) สีขาว ดำ แดง ทอง อร่ามเรืองรอง..พิสุทธิ์เลิศล้ำ
.. (ดนตรี)
(ชาย) สวยสดงดงามอลังการ.. .(หญิง) สืบศิลป์สร้างสรรค์มาเนิ่นนาน...
(ชาย) วันเวลาล่วงเลยผ่าน (พร้อมกัน) ผลงานสร้างสรรค์เป็นหนึ่งดั่งลมหายใจ...
(ชาย) ประสาทศิลป์แห่งพุทธปัญญา แนวปรัชญาพุทธศิลป์ร่วมสมัย สง่างดงามอลังการ..ศิลปะไทย
(หญิง) เลื่องลือระบือไกล ไปทั่วแคว้นแดนโลกา
(ชาย) ศิลปกรรมน้อมนำชีวิต ภาพแห่งความคิดท่านลิขิตจารึกไว้ โอ้ชีวิตเกิดแก่เจ็บตาย...
(พร้อมกัน) สิ่งที่เหลือไว้คือคุณงามความดี ................................................................(ดนตรี)
* (ชาย) ประสาทศิลป์แห่งพุทธปัญญา แนวปรัชญาพุทธศิลป์ร่วมสมัย สง่างดงามอลังการ..ศิลปะไทย
(หญิง) เลื่องลือระบือไกล ไปทั่วแคว้นแดนโลกา...
(ชาย) ศิลปกรรมน้อมนำชีวิต ภาพแห่งความคิดท่านลิขิตจารึกไว้ โอ้ชีวิตเกิดแก่เจ็บตาย
(พร้อมกัน) สิ่งที่เหลือไว้คือคุณงามความดี
(ชาย)ดอกเตอร์ถวัลย์ ดัชนี ปูชนีย์ดุษฎีศิลปกรรม.. พุทธศิลป์สื่อคติธรรม..
(หญิง) คือความงดงามคุณค่าแห่งคน
(ชาย) เดินบนเส้นทางสู่ฝัน ทะเยอทะยานมุ่งมั่นฝ่าฟัน
(หญิง) สำเร็จเด็ดขาดมาดมั่น
(พร้อมกัน) ดอกไม้เบ่งบานทั่วผืนฟ้า ปฐพี
(หญิง) สล่าผู้นี้ปูชนีย์ศิลปกรรม สูงค่าเลิศล้ำสืบความงามศิลปะไทย ปรัชญาพุทธศิลป์ ศิลปกรรมไทยร่วมสมัย
(พร้อมกัน) ดำรงคงไว้ศิลปะไทย แผ่นดินสยาม
(ชาย) สล่าผู้นี้ นามถวัลย์ ดัชนี คือปูชนีย์ดุษฎีศิลปกรรม พุทธศิลป์สื่อคติธรรม(พร้อมกัน) ล้ำค่างดงามแห่งศิลปะไทย
(ชาย) ดอกเตอร์ถวัลย์ ดัชนี สล่านามนี้ คือคนดีศรีสยาม ศิลปินผู้เลื่องลือนาม (พร้อมกัน) ดอกเตอร์ถวัลย์ ดัชนี
(ชาย) สล่าผู้นี้ ปูชนีย์ศิลปกรรม พุทธศิลป์สื่อคติธรรม ศิลปินผู้เลื่องลือนาม(พร้อมกัน) ดอกเตอร์ถวัลย์ ดัชนี
(หญิง)ศิลปินผู้เลื่องลือนาม (พร้อมกัน) ดอกเตอร์ถวัลย์ ดัชนี
ดอกเตอร์ถวัลย์ ดัชนี (ชาย)ศิลปินผู้เลื่องลือนาม ดอกเตอร์ถวัลย์ ดัชนี ดอกเตอร์ถวัลย์ ดัชนี ฯฯ |
...................................................................................
1...
กว่าจะเป็นบทเพลง อ.ถวัลย์ ดัชนี
ต้นปี 2552 หลังจากเสร็จงานปฏิบัติการศิลปะนานาชาติ ท่านอาจารย์ดร.กมล ทัศนาญชลี ก็เดินทางกลับอเมริกา หลายวันต่อมาท่านได้ส่งอีเมล์มาให้ผม
อีเมล์จากท่านอาจารย์ดร.กมล ทัศนาญชลี ศิลปินแห่งชาติสองฉบับนี้ทำให้ผมมีกำลังใจและมีความมั่นใจในการทำงานศิลปะมากขึ้น ในจดหมายท่านแนบภาพถ่ายที่ท่านถ่ายคู่กับศิลปินแห่งชาติผู้เรืองนามมาให้ผมด้วย เป็นภาพถ่ายร่วมกันที่ประเทศลาวช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2552 เมื่อผมได้เห็นภาพนี้ ทำให้เกิดโจทย์กับผมขึ้นมาทันที
โจทย์ที่ว่าคือผมแต่งเพลงให้กับดร.กมลแล้ว ควรอย่างยิ่งที่จะเขียนบทเพลงให้กับศิลปินแห่งชาติอีกท่านที่ยืนอยู่เคียงข้างในภาพถ่ายที่ท่านส่งมาให้ด้วย ท่านผู้นั้นคือดร.ถวัลย์ ดัชนีศิลปินแห่งชาติ ผู้ที่สร้างตำนานของตัวเองได้ในขณะที่ยังมีชีวิต
พูดถึงดร.ถวัลย์ ดัชนี ชื่อนี้ในวงการผู้สนใจงานศิลปะในเมืองไทยคงไม่มีใครที่ไม่รู้จัก
บุคลิกของอาจารย์ถวัลย์ในสายตาผมคือ ชายรูปร่างใหญ่ เจ้าเนื้อ บุคลิกบ่งบอกความอหังการในวาจา กิริยาท่าทาง พูดจาตรงไปตรงมาแบบไม่เกรงกลัวหน้าอินทร์หน้าพรหม คำว่า สัตว์กินเงินเดือน ก็เป็นคำที่ผมได้ยินออกมาจากท่านเป็นคนแรก
ภาพเขียนท่านเป็นภาพเหมือนจริงให้ความหมายเชิงนามธรรม นำรูปร่างชิ้นส่วนอวัยวะของคนและสัตว์ รวมทั้งรูปทรงทางสถาปัตยกรรมมาประกอบกัน ให้ความหมายในเรื่องของพุทธปัญญาและปรัชญาพุทธศิลป์ เห็นภาพแล้วรู้ว่ามีอะไรบ้าง แต่พอดูทั้งหมดก็ต้องตีความตามที่เห็นอีกครั้งจึงจะเข้าใจ อรรถรสในงานศิลปะของท่านนอกจากเกิดจากการรวมตัวของทัศนะธาตุทางศิลปะแล้ว การตีความหาความหมายก็เป็นสิ่งสำคัญที่จำเป็นต้องทำเพื่อความเข้าใจในปรัชญาพุทธศิลป์ที่แฝงอยู่
ผมต้องเขียนเพลงสดุดีท่านอีกคนในฐานะศิลปินผู้มรคุโณปการต่อวงการศิลปะเมืองไทย
ผมเดินทางไปดูผลงานศิลปะภาพเขียนจริงๆของท่านที่หอศิลป์ของคุณบุญชัย เบญจรงคกุล เพื่อหาข้อมูลสร้างแรงบันดาลใจในการเขียนเพลง หอศิลป์นี้ตั้งอยู่ที่อาคาร UCOM ถนนวิภาวดีรังสิต ที่นั่นได้รวบรวมผลงานศิลปะของท่านไว้มากมาย คาดว่าคุณบุญชัยคงต้องใช้เงินมากมายมหาศาลในการซื้อผลงานมาเก็บไว้
หอศิลป์นี้รวบรวมผลงานของอาจารย์ดร.ถวัลย์ตั้งแต่ท่านยังเป็นนักศึกษา เรื่อยมาจนกระทั่งปัจจุบัน ท่านสร้างสรรค์ผลงานไว้เยอะมากๆ
จากผลงาน..ผมมองเห็นความตั้งใจจริงของท่านที่มุ่งมั่นอย่างสุดแรงกล้า เดินบนเส้นทางฝันที่ตัวเองกำหนดชะตากรรมให้ตัวเองได้ด้วยตัวของตัวเอง เห็นพลังในการสร้างสรรค์ เห็นวิถีการดำเนินชีวิต เห็นความเป็นต้นแบบของความเป็นมนุษย์ปุถุชนที่สมบูรณ์ และทำสำเร็จตามฝัน..
เรื่องราวของบุคคลหนึ่งจะมาเรียงร้อยให้อยู่ในบทเพลงเพียงไม่กี่นาที เขียนภายในไม่กี่บรรทัดช่างเป็นเรื่องยากและท้าทายมากสำหรับผม ผมต้องสรุปให้เหลือแก่นของความรู้สึก ประมวลให้เหลือประเด็นเด่นๆสำคัญๆที่แสดงถึงตัวตนที่แท้จริงของท่านออกมาให้ได้..
วันหนึ่งผมได้เข้าร่วมกิจกรรมงานปฏิบัติการศิลปะนานาชาติ ณ สถาบันราชภัฎเชียงรายในเดือนกุมภาพันธ์ 2552 โอกาสนั้นทำให้ผมได้เห็นท่านอย่างใกล้ชิดพอสมควร แต่เป็นการเห็นเพียงบุคลิกภายนอกเท่านั้น ไม่มีโอกาสได้พูดคุย ท่านมาบรรยายและร่วมสร้างสรรค์ศิลปะกับศิลปินนานาชาติ
วันต่อมาทางผู้จัดได้นำคณะศิลปินนานาชาติรวมทั้งตัวผมด้วยเดินทางไปเยี่ยมเยือนบ้านดำของท่าน
ศิลปินทั้งไทยและต่างชาติต่างตะลึงกับผลงานศิลปะ สถาปัตยกรรมนับ30หลัง สิ่งของเครื่องใช้ต่างๆที่ท่านสะสมไว้ จัดวางแสดงในอาณาจักรบ้านดำแห่งนี้
รู้สึกทึ่งกับบ้านดำของท่าน ไม่น่าเชื่อว่าท่านคิดสร้างสรรค์และทำได้ถึงเพียงนี้
บ้านดำเป็นอาณาจักรแห่งความฝันอย่างแท้จริง
ผมเห็นช่างแกะสลักกำลังแกะสลักไม้เพื่อประดับอาคารหลังใหญ่ที่ดูแล้วคล้ายๆโบสถ์หรือวิหาร อาคารหลังนี้ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ หากผลงานนี้สำเร็จได้ตามอารมณ์ฝันของศิลปินเอง คงจะโอ่อ่าวิจิตรอลังการมากกว่านี้อย่างแน่นอน
ถึงแม้ว่าผมจะอยากสนทนากับท่าน แต่ด้วยความที่ท่านเป็นศิลปินรุ่นใหญ่ที่มีชื่อเสียง บุคลิกน่าเกรงขาม ที่สำคัญมีผู้คนล้อมหน้าล้อมหลังอยู่เสมอ ทำให้ผมไม่สามารถหาโอกาสเข้าไปพูดคุยกับท่านได้เลย
ผมมองเห็นท่าทางการเคลื่อนไหวของผู้ชายร่างใหญ่เจ้าเนื้อ ผมเห็นภาพเขียนมากมายของท่าน ช่างน่าทึ่งสำหรับชีวิตของคนคนหนึ่งทำไมมีความเพียรหนักหนาขนาดนี้
ผมมองเห็นทรัพย์สินที่ท่านได้มาจากการวาดรูปมากมาย ท่านได้ทำงานที่รัก ผลงานของท่านสามารถสร้างชื่อเสียงให้กับท่าน ผลงานของท่านสร้างรายได้ให้กับท่านอย่างมหาศาล งานของท่านเป็นงานที่บริสุทธิ์ ตรงตามคุณลักษณะของงานที่ดีคือ 1.เป็นงานที่รัก 2.สร้างชื่อ 3.ได้เงิน และ 4.เ็ป็้นงานสุจริต
คนเราเกิดมาต้องตาย...จะเหลืออะไรไว้ได้บ้าง นอกจากคุณงามความดีตามวิถีแห่งตน สิ่งที่ควรทิ้งไว้เป็นหลักฐานของการได้มีโอกาสเกิดเป็นคนก่อนที่ลมหายใจสุดท้ายจะมาเยือนคืออะไร จะเป็นความทรงจำที่ดีงามหรือเลว ก็เป็นเรื่องที่แต่ละคนได้เลือกกระทำไว้ก่อนจะลาจากโลก
บางคนตายแล้วโลกลืม
บางคนไม่ทันจะตาย โลกก็ลืมเสียแล้ว
บางคนโลกต้องจดจำ ขับขานเป็นตำนานให้ลูกหลานสืบไป
ท่านอาจารย์ดร.ถวัลย์คือ ตำนานของความดีงาม ท่านคือบุคคลในตำนานที่คนรุ่นหลังจะกล่าวเล่าขานสู่รุ่นลูกรุ่นหลาน และเป็นแรงบันดาลใจในการเดินทางชีวิตของคนรุ่นต่อไป
ท่านคือแบบอย่างของผู้มีความเพียร ได้ทำงานที่รัก ได้ใช้ชีวิตอย่างที่อยากจะเป็น ได้เกื้อกูลเพื่อนร่วมวัฏสงสารตามอัตภาพแห่งตน
ชีวิตของท่านอาจารย์ดร.ถวัลย์ ดัชนี คือตำนานของบุคคลทางศิลปะไทยอีกท่านหนึ่ง
วิถีชีวิตและผลงานของดร.ถวัลย์ ดัชนี สร้างแรงบันดาลใจให้กับการดำเนินชีวิตต่อคนรุ่นหลัง ไม่ว่าจะอยู่ในสาขาวิชาชีพใดก็ตาม สามารถนำมาปรับประยุกต์ใช้ได้เป็นอย่างดี รวมทั้งตัวผมเองด้วย...
...................................................................................
2...
ระหว่างที่ผมเขียนบทเพลงนี้อยู่นั้น มีเพื่อนคนหนึ่งของผม ถามผมว่า...."ทำไมผมต้องแต่งเพลงยกยอคนดังด้วย...เขาดังอยู่แล้ว ไปยกยอเขาอีกทำไม?..
คำถามนี้ทำเอาผมสะอึกในใจ...คนถามเขาไม่เข้าใจว่าทำไมผมต้องเขียนเพลงถึงอาจารย์ดร.กมลและอาจารย์ดร.ถวัลย์ ผมไม่ตอบคำถามเพื่อนผม แต่ก็งงกับคำถามที่ไม่นึกว่าจะมีคนคิดในเชิงนี้ด้วย... ผมไม่ได้อธิบายอะไร นอกจากยิ้มและเปลี่ยนบทสนทนา
ผมมองเห็นความไม่เข้าใจของเพื่อนผมและอาจจะมีคนอื่นๆอีกมากมายคิดแบบนี้
แล้ววันหนึ่งผมรู้สึกว่าหากปล่อยให้เขาสงสัยค้างไว้โดยผมไม่อธิบาย คงไม่ใช่สิ่งที่ดีสำหรับผมแน่นอน ..
ผมคิดอยู่หลายวันว่าจะกล่าวถึงเรื่องนี้ดีไหม สุดท้ายก็ผมก็ตัดสินใจเขียนไว้ที่นี่ จำเป็นต้องอธิบายให้กระจ่างว่า ...ทำไมผมต้องเขียนเพลงเชิดชูเกียรติ...ก็เพราะว่า
- ปุถุชนคนธรรมดาคนหนึ่งสร้างสรรค์ผลงานจนมีชื่อเสียงและประสบผลสำเร็จถึงขนาดนี้ เขาคือบุคคลต้นแบบของคนรุ่นต่อๆไป เราในฐานะคนเกิดมาทีหลัง สามารถนำวิถีปฏิบัติในการประยุกต์ใช้กับชีวิตของเรา วิถีชีวิตและความคิดของท่านเราสามารถนำมาเป็นเยี่ยงอย่างได้ในหลายด้าน...เพื่อให้การดำรงตนเป็นไปอย่างมีคุณค่า และมีความหมาย เหมือนที่ท่านได้ทำไว้..
- ท่านเป็นบุคคลที่เป็นแรงบันดาลใจให้กับคนรุ่นหลัง อย่างน้อยก็ผู้สนใจสร้างสรรค์ศิลปะ
- ผมเขียนเพลงด้วยความรู้สึกที่เกิดจากแรงศรัทธาในห้วงมโนสำนึกที่อยู่ในใจ..
คนเราเกิดมาแล้วเมื่อถึงเวลาก็ต้องตายจากโลกนี้ไปทุกคน บางคนตายไปนานหลายร้อยปี คนในยุคปัจจุบันยังกล่าวขานถึง แต่บางคนยังมีชีวิตอยู่ แต่ดูเหมือนว่าโลกลืมเขาไปเสียแล้ว
คนเราแตกต่างกันที่ความคิด เพราะความคิดของเราเองนั่นแหละที่ส่งผลให้เรามีชีวิตในวันนี้เป็นอย่างไร อยู่ตรงไหน ถูกมองอย่างไร..ฯลฯ
ความคิดลิขิตกรรม...กรรมนำทางชีวิต
อาจารย์ดร.ถวัลย์ ดัชนีท่านทำตัวเองสำเร็จได้ถึงขนาดนี้ ผมจะไม่ชื่นชมท่านได้อย่างไร เป็นการชื่นชมที่ออกมาจากความศรัทธาด้วยความบริสุทธิ์ใจของผมเอง.. คนดังในโลกนี้ ไม่ได้มีวิถีชีวิตที่ทำให้ผมสะเทือนใจจนเขียนกวีออกมาทำเป็นเพลงได้ทุกคน...กว่าจะเขียนออกมาเป็นเพลงได้นั้นมันมีบริบทปลีกย่อยอีกมากมายที่เข้ามามีอิทธิพลกับจิตใจของผมเองจนกระทั่งตกผลึกทางความคิดออกมาเป็นบทเพลงเชิดชูเกียรติ
และหากผมไม่ได้ไปบ้านอาจารย์ดร.กมล ผมก็คงไม่ได้แต่งเพลงเชิดชูเกียรติท่านออกมา
หากอาจารย์ดร.กมลไม่ส่งภาพถ่ายที่ท่านถ่ายคู่กับอาจารย์ถวัลย์มาให้ ก็คงไม่มีอะไรมาดลใจให้ผมฉุกคิดอะไรบางสิ่งบางอย่างได้ครับ
เป็นเรื่องที่ไม่ธรรมดามากๆครับที่คนคนหนึ่งมีชื่อเสียงโด่งดังจนเรารู้จัก ได้ยินชื่อเสียงรับรู้เรื่องราว ทั้งๆที่เขาอยู่ไกลแสนไกล
โลกนี้มีคนที่ทำตัวเองจนมีชื่อเสียงล่องลอยมาเข้าหูผมมากมาย คนที่มีชื่อเสียงอาจจะเป็นคนยากจนก็ได้ อาจจะเป็นคนร่ำรวยก็ได้ จะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย เป็นเด็กหรือคนชรา...ก็เป็นไปได้ทั้งนั้น
บางคนตายไปนานแล้วแต่ชื่อเสียงและผลงานของเขาก็ยังแพร่มาถึงผม..ชื่อเสียงที่ถูกกล่าวขานลอยมาให้ผมรับรู้นั้นมีทั้งเรื่องราวของคนทำความดี และเรื่องราวของคนทำความเลว..
การมองโลกในแง่ดี สรรเสริญคนทำดี ให้กำลังใจกัน ทำให้ผมมีความสุข และทำให้ผมรู้สึกว่าชีวิตผมมีความหมายได้เหมือนกัน
...................................................................................
3...
จากข้อมูลที่ได้มาจึงถูกนำมาขมวดเป็นบทกวีสั้นๆเพื่อใส่ทำนอง..คือ
..แดนดิน..ถิ่นล้านนา มีสล่าเก่งกล้าเกรียงไกร สร้างสรรค์สืบศิลปะไทย ดำรงไว้ในแผ่นดินถิ่นสยาม สืบศิลป์สร้างสรรค์มานานปี เป็นศักดิ์ศรีความดีที่งดงาม ล้ำค่าคู่ควรจดจำ ตำนานบ้านดำ ตำบลนางแล แผ่นดินนี้จดจำ ตำนานบ้านดำ ณ ตำบลนางแล
สีขาว ดำ แดง ทอง อร่ามเรืองรอง..พิสุทธิ์เลิศล้ำสวยสดงดงามอลังการ...(หญิง) สืบศิลป์สร้างสรรค์มาเนิ่นนาน... วันเวลาล่วงเลยผ่าน ผลงานสร้างสรรค์เป็นหนึ่งดั่งลมหายใจ...
ประสาทศิลป์แห่งพุทธปัญญา แนวปรัชญาพุทธศิลป์ร่วมสมัย สง่างดงามอลังการ..ศิลปะไทย เลื่องลือระบือไกล ไปทั่วแคว้นแดนโลกา

ศิลปกรรมน้อมนำชีวิต ภาพแห่งความคิดท่านลิขิตจารึกไว้ โอ้ชีวิตเกิดแก่เจ็บตาย สิ่งที่เหลือไว้คือคุณงามความดี
ดอกเตอร์ถวัลย์ ดัชนี ปูชนีย์ดุษฎีศิลปกรรม พุทธศิลป์สื่อคติธรรม คือความงดงามคุณค่าแห่งคน เดินบนเส้นทางสู่ฝัน ทะเยอทะยานมุ่งมั่นฝ่าฟัน สำเร็จเด็ดขาดมาดมั่น ดอกไม้เบ่งบานทั่วผืนฟ้า ปฐพี
สล่าผู้นี้ปูชนีย์ศิลปกรรม สูงค่าเลิศล้ำสื่อความงามศิลปะไทย ปรัชญาพุทธศิลป์ ศิลปกรรมไทยร่วมสมัย ดำรงคงไว้ศิลปะไทย แผ่นดินสยาม
สล่าผู้นี้ นามถวัลย์ ดัชนี คือปูชนีย์ดุษฎีศิลปกรรม พุทธศิลป์สื่อคติธรรม ล้ำค่างดงามแห่งศิลปะไทย ดอกเตอร์ถวัลย์ ดัชนี
สล่านามนี้แผ่นดินนี้ต้องจดจำ สล่าสร้างสรรค์สิ่งงดงาม...อลังการ ด้วยจินตนาการแห่งศิลปะไทย
ดร.ถวัลย์ ดัชนี สล่านามนี้แผ่นดินนี้ต้องจดจำ ศิลปินผู้เลื่องลือนามดอกเตอร์ถวัลย์ ดัชนี..
...................................................................................
4...
ช่วงที่ผมกำลังเขียนบทกวีเพื่อจะทำเพลงเชิดชูเกียรติอาจารย์ถวัลย์ ดัชนี อยู่นั้น เป็นช่วงที่ผมต้องทำเพลงจากบทกวีของอาจารย์เนาวรัตน์ พงศ์ไพบูลย์ที่เขียนให้กับดร.กมลอยู่ด้วย...
ผมก็เลยนำบทเพลงทั้งสองเพลงนี้ไปปรึกษาอาจารย์วิเชียร(ณภัทร ชูรักษ์)ที่ห้องบันทึกเสียง เพื่อทำดนตรีไปพร้อมๆกัน
ผมบอกอาจารย์วิเชียร(ณภัทร ชูรักษ์)ว่า อยากให้ดนตรีออกมามีเป็นกลิ่นอายความเป็นล้านนานิดๆ เพราะว่าอาจารย์ถวัลย์ ดัชนีท่านเป็นคนจังหวัดเชียงราย บ้านดำของท่านก็ตั้งอยู่ที่ตำบลนางแล อาจารย์วิเชียรนำสะล้อและปี่น้ำเต้าเข้ามาใช้ร่วมกับดนตรีสากล เสียงของสะล้อทำให้ผมรู้สึกเศร้าอยู่ลึกๆ ผมคิดจะเปลี่ยนเป็นเครื่องดนตรีชนิดอื่นที่ไม่ทำให้ผมเศร้า เสียงสะล้อมันบาดหัวใจผมอย่างไรก็ไม่รู้
แต่นึกอีกทีชีวิตคนเรานั้นมีทั้งสุขและทุกข์ โศกเศร้า หิวหรืออิ่มเอมคละเคล้ากันไป ความเศร้าทำให้ชีวิตผมมีพลัง เป็นตัวผลักดันในการดำเนินชีวิตอย่างหนึ่งของผมได้เป็นอย่างดีเหมือนกัน...เพราะความโศกเศร้าทำให้ผมเขียนเพลงบางเพลงออกมาได้ เพราะความเศร้าของชีวิต ทำให้ผมมีพลังที่จะเอาชนะชะตากรรมที่เล่นงานผมอยู่ ความเศร้าทำให้ผมรู้จักความจริงบางอย่างของชีวิตได้ และสุดท้ายเมื่อความจริงตกผลึกก็จะถูกถ่ายทอดออกมาเป็นผลงานศิลปะ บทกวี บทความ บทเพลง หรืออาจจะผลักดันให้ผมทำอะไรบางอย่างเพื่อให้หลีกหนีความเศร้านั้น
เสียงดนตรีสองชิ้นนี้ นอกจากจะให้อารมณ์เศร้าในความรู้สึกบางอย่างกับผมแล้ว ยังแสดงถึงความเป็นพื้นถิ่นได้เป็นอย่างดี
ได้ยินเสียงทำให้ผมนึกถึงล้านนาทันที

...................................................................................
5...
ผมทำงานชิ้นนี้ไปเรื่อยๆตามโอกาสของจังหวะเวลาที่ว่างตรงกันระหว่างผมกับผู้ร่วมทาง.. น้องหยา, อาจารย์วิเชียร, นักดนตรี ,คิวห้องบันทึกเสียง ฯลฯ ทุกอย่างต้องมีความลงตัวซึ่งกันและกันจึงจะทำงานไปได้
จากเดือนกรกฎาคม 2552 จนถึงเดือนธันวาคม 2552 เวลาผ่านไปนานประมาณเป็นเวลา 5 เดือนเต็ม ผลงานชิ้นนี้ก็ออกมาอย่างสมบูรณ์
นับว่าเป็นร่องรอยของลมหายใจของผมอีกอย่างหนึ่งที่ทำให้ผมรู้สึกว่าเวลาที่ผ่านไปของผมมีคุณค่าความหมาย
บทเพลงนี้อาจจะทำให้คนที่ไม่เคยรู้จักดร.ถวัลย์ ดัชนี ได้รู้จักศิลปินแห่งชาติคนสำคัญท่านนี้ และลองติดตามดูผลงานของท่าน ผมเชื่อว่าสิ่งที่ท่านทำจะทำให้ทุกคนจะทึ่งในความจริง..
12 มกราคม 2553 ผมส่งซีดีไปให้คุณพี่สุรชาติ เกษประสิทธิ์(นักคิดนักเขียนนักจัดรายการวิทยุและอาจารย์สอนศิลปะ) ท่านได้นำเพลงไปพูดคุยออกอากาศ นับเป็นรายการวิทยุรายการแรกที่นำเพลงนี้ไปออกอากาศครับ
ขอกราบขอบพระคุณคุณพี่สุรชาติ เกษประสิทธิ์ มา ณ โอกาสนี้ ที่โอบเอื้อกับผลงานของผม ท่านเป็นกำลังใจให้กับผมอย่างดีอีกท่านหนึ่งครับ...
ดีฆอลาฆูู
(ฉัตรชัย ศิริพันธุ์ )
4 มีนาคม 2552-30 มกราคม 2553
ปล.อาจารย์สุรชาติ เกษประสิทธิ์ มหาบัณฑิตจากคณะจิตรกรรม มหาวิทยาลัยศิลปากร เป็นอาจารย์ประจำที่คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นนักเขียนประจำที่นิตยสาร FINEART เป็นกวี เป็นจิตรกร เป็นนักคิดนักเขียน และเป็นรุ่นพี่มหาวิทยาลัยของผมครับ...
ประวัติอาจารย์ดร.ถวัล ดัชนี คัดลอกมาจาก http://www.lekpluto.org/astrogod/astgd_30.htm
นายศรี และนางบัวคำ (พรหมสา หรือ ดัชนี นามสกุลปัจจุบัน) ได้ให้กำเนิดบุตรชายคนสุดท้องที่ชื่อ นายถวัลย์ ดัชนี เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2482 ที่จังหวัดเชียงราย ของจำนวนพี่-น้อง ทั้ง 4 คน ได้แก่ พ.ต.สว่าง, นายสมจิตต์ และนายวสันต์ ดัชนี ปัจจุบัน (๒๕๔๗) มีอายุ ๖๔ ปี ย่าง ๖๕ ได้สมรสกับนางคำเอ้ย มีบุตรชายด้วยกัน 1 คน ชื่อ นายดอยธิเบศร์
นับแต่สำเร็จการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาที่จังหวัดเชียงราย นายถวัลย์ได้เข้าเรียนศิลปะที่โรงเรียนเพาะช่าง ด้วยทุนการศึกษาของจังหวัดเชียงราย และเป็น นักเรียนเพาะช่างดีเด่น ด้วยฝีมือการวาดรูปเหมือนจริงที่แม่นยำฉับไว ภาพวัดเบญจมบพิตร ได้รับคัดเลือกให้แสดงในหอศิลป์แห่งชาติ นครโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น และแสดงในนิทรรศการศิลปะร่วมสมัยแห่งชาติ ประเทศไทย
เมื่อเรียนจบจากโรงเรียนเพาะช่างในปี 2500 นายถวัลย์ ได้เดินตามแนวทางของ ดำรง วงศ์อุปราช จิตรกรรุ่นพี่ นักเรียนทุนจากจังหวัดลำปาง ซึ่งเป็นผู้จุดประกายให้เขาสอบเข้าเรียนที่คณะจิตรกรรม ประติมากรรม มหาวิทยาลัยศิลปากร ภายใต้การอำนวยการสอนของ ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี ซึ่งสถาบันแห่งนี้ได้หล่อหลอมให้เขามีพัฒนาการงาน จากภาพวาดเหมือนจริงไปเป็นภาพวาดที่ให้ ความรู้สึกประทับใจ ( Impressionisms ) แบบไทย จุดนี้เองที่เป็นจุดเริ่มต้นความสัมพันธ์ระหว่างเขากับ พลตรี ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ซึ่งเป็นแบบอย่างการใช้ชีวิตและวิธีคิดที่มีอิทธิพลต่อการดำเนินชีวิตของเขา
นอกจากความสามารถที่มีพรสวรรค์ของเขาแล้ว นายถวัลย์ ยังจัดเป็นบัณฑิตคนหนึ่งในจำนวนไม่กี่คนของ มหาวิทยาลัยศิลปากร ในขณะนั้น ที่สามารถเรียนต่อในระดับปริญญาตรีได้ เนื่องจากหากผู้เรียนรายใดมีความรู้ความสามารถไม่โดดเด่นอย่างแท้จริงแล้วจะได้รับเพียงอนุปริญญา และหลังจากสำเร็จการศึกษาจากที่แห่งนี้แล้ว เขายังได้รับการสนับสนุนจากศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี คณบดีในเวลานั้น ให้ได้รับทุนจากกระทรวงวิทยาศาสตร์ วัฒนธรรมและการศึกษา ของรัฐบาลเนเธอร์แลนด์ ไปศึกษาต่อระดับปริญญาโท และปริญญาเอก เป็นเวลา 5 ปี ที่ราชวิทยาลัยศิลปะอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์
ระหว่างศึกษาอยู่ที่แห่งนี้ผลงานสร้างสรรค์ของเขา ได้รับการยอมรับและนิยมชมชอบในวงการศิลปะสากลอย่างกว้างขวาง จนได้รับการเชื้อเชิญให้เป็นผู้บรรยาย แลกเปลี่ยนความคิดเห็น ในการประชุมสัมมนาทางศิลปะระดับนานาชาติ ทั้งจากสถาบันการศึกษา สถาบันทางศิลปะ ให้จัดแสดงผลงานที่เรียกว่า One Men Show และการจัดแสดงกลุ่มอีกมากมายหลายครั้ง ทั้งในและต่างประเทศนับตั้งแต่เข้ามามีบทบาทในวงการศิลปะร่วมสมัยของไทย เช่น นิทรรศการศิลปะของโรงเรียนเพาะช่าง ในปี 2497 นิทรรศการการแสดงของนักเรียนเพาะช่างที่เด่นด้านจิตรกรรม ณ หอศิลป์แห่งชาติโตเกียว ญี่ปุ่น ปี 2498 และนิทรรศการแสดงกลุ่มนักศึกษาภายหลังปริญญาตรี ของราชวิทยาลัยศิลปอัมสเตอร์ดัม ปี 2509 เป็นต้น
นอกจากการแสดงผลงานต่าง ๆ ที่มีมาตลอดแล้วการใช้ชีวิตตลอดระยะเวลากว่า 40 ปีของเขาหลังจบการศึกษาและระหว่างการศึกษางานด้านศิลปะ นายถวัลย์ ยังมีผลงานติดตั้งแสดงถาวรอยู่ภายในพิพิธภัณฑ์ศิลปสมัยใหม่ และสถานที่สำคัญ ๆ หลายแห่งทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงการได้รับการกล่าวขานทางด้านผลงานและชื่อเสียงของเขา ผ่านสื่อภาพยนตร์ รายการโทรทัศน์ เช่น ภาพยนตร์ 16 มม. เรื่องแรกโดยยูซิสแห่งประเทศไทย 2505, ภาพยนตร์สารคดีศิลปะร่วมสมัย ปรัชญาพุทธศาสนานิกายเซ็น 2512 สถาบันวัฒนธรรมเยอรมัน มิวนิค เยอรมนี , ภาพยนตร์ สารคดี ศิลปวัฒนธรรมไทแลนด์พาโนรามา โดย บีบีซี อังกฤษ 2532, เรื่องราว การนำเสนอ พลังเนรมิต ความฉับพลันของสภาวะจิต ความขัดแย้งระหว่างอุปาทานขันธ์ สมมุติสัจจะและปรมัติสัจจะ และรายการชีพจรลงเท้า 3 ครั้ง, หนึ่งในร้อย, ที่นี่กรุงเทพ, ศิลปวัฒนธรรมบันเทิง, มาลัยเก้า-เกียรติยศ ตลอดจนรายการหลากหลายกับงานศิลปะ บทกวีรวมเล่มภาษาอังกฤษ โดย ถวัลย์ ดัชนี และเพื่อนทั้งสาม อดุล เปรมบุญ , ประพันธ์ ศรีสุตา , ผดุงศักดิ์ ขัมภรัตน์ 2512 ฯลฯ และทางเอกสารสิ่งพิมพ์ภาษาต่างประเทศ เผยแพร่ไปทั่วโลกอีกมากมาย เช่น
ถวัลย์ ดัชนี จิตรกรรมไทยสากลวิญญาณตะวันออก (พิมพ์ 3 ภาษา อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมนี) โดย กิลเบริ์ท บราวสัสโตน
ภาพร่างเส้นใยวิญญาณ ถวัลย์ ดัชนี (ภาษาเยอรมัน) โดย อูลลิช ชาร์คอสสกี้
งานจิตรกรรม งานแกะไม้ งานภาพลายเส้นของ ถวัลย์ ดัชนี พิมพ์ที่ อเมริกา ระหว่างปี พ.ศ. 2509-2512 ยุคปลายสมัยศิลปากร อัมสเตอร์ดัม
หนังสืออ้างอิงชีวประวัติเล่มแรกของจิตรกรไทย ที่มีชีวิตในประวัติศาสตร์วงการศิลปะ ลายเส้น พุทธปรัชญานิกายหินยาน ทศชาติชาดก โดย ดร.เคล้าส์ เว้งค์
ชีวิตและงานถวัลย์ ดัชนี ระหว่างปี 2505-2535 (ภาษาฝรั่งเศส) โดย คิลเบริ์ท ฯลฯ
เมื่อใดที่ผู้คนทั่วไปได้มองเห็น ภาพผู้ชายร่างใหญ่ ค่อนไปทางเจ้าเนื้อแต่งกายด้วยชุดพื้นเมืองทางเหนือสีครามเข้ม หรือสีกรัก มีเขี้ยวเล็บ และกระดูกสัตว์ป่าเป็นเครื่องประดับห้อยอยู่นั้น ทุกคนย่อมรู้ดีว่า นั่นคือ ภาพลักษณ์ของผู้ชายที่ชื่อ ถวัลย์ ดัชนี ที่ค่านิยมไม่ยอมรับแฟชั่น หรือกระแสวัฒนธรรมทางวัตถุใด ๆ โดยเฉพาะชีวิตส่วนตัว เป็นคนสมถะ กินน้อย นอนน้อย ทำงานมาก มีงานวาดรูปเป็นกิจนิสัย ตลอดชีวิตไม่เคยข้องแวะกับอบายมุขหรือสิ่งเสพย์ติดใด ๆ เป็นคนเปิดเผยตรงไปตรงมา มองโลกในแง่ดี มีอารมณ์ขัน
นอกจากนี้เขายังเป็นคนที่ชอบ ศึกษาหลักธรรมในพุทธศาสนาอย่างลึกซึ้ง ปฏิบัติธรรมตามหลักมัชฌิมาปฏิปทา (เดินสายกลาง) ไม่ตึงหรือหย่อนจนเกินไป ปฏิบัติสมาธิด้วยการทำงานวาดรูป จึงสามารถนำปรัชญาธรรมในพุทธศาสนา มาเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างงานศิลปะจนได้ชื่อว่า เป็นสื่อกลางเชื่อมโลกตะวันออก และตะวันตกเข้าหากันในยุคปัจจุบัน
ส่วนหนึ่งของเวลาส่วนตัวเขายังทุ่มเทไปกับการฟูมฟักศิลปสถาน ที่ชาวบ้านเรียกกันว่า บ้านคำ ดอยนางแล ที่จังหวัดเชียงรายบ้านเกิด ให้กลายเป็นสถานที่ทางการศึกษาศิลปวัฒนธรรมของชาติ ด้วยการจัดเป็น พิพิธภัณฑ์ศิลปะพื้นบ้าน บนพื้นที่ว่างกว่าร้อยไร่ ประกอบเป็นอาคารแบบสถาปัตยกรรมท้องถิ่นภาคเหนือ25หลังและอาคารสถาปัตยกรรมท้องถิ่นประยุกต์อีกหลายหลัง สำหรับจัดแสดงศิลปะพื้นบ้าน (Folk Art) ซึ่งเป็นงานสร้างสรรค์ของช่างท้องถิ่นตั้งแต่อดีตจนปัจจุบัน ซึ่งมรดกวัฒนธรรมท้องถิ่นที่เขาใช้เวลาในการรวบรวมด้วยความตั้งใจ นำมาเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ให้ผู้สนใจได้เข้าชมนานกว่า 20 ปี
ตลอดระยะเวลากว่า 20 ปี ของการสั่งสมประสบการณ์ ผลงานต่าง ๆ ของผู้ชายคนนี้ เขายังเป็นผู้หนึ่งที่อยู่เบื้องหลังการรวมตัวของช่างผู้รังสรรค์ศิลปะ ทั้งช่างในท้องถิ่นและภาคอื่น ๆ ของประเทศไทย เพื่อเคลื่อนไหวจัดกิจกรรมทางศิลปะอย่างเป็นรูปธรรม มีผลงานศิลปะหลากหลายออกสู่สายตาสาธารณชน รวมถึงการบริจาคเงินจำนวน 12 ล้านบาท จัดตั้งมูลนิธิถวัลย์ ดัชนี ตั้งแต่ปี 2539 ด้วยการนำดอกผลจากกองทุนดังกล่าวสนับสนุนการศึกษาของสถานศึกษาที่เขาเกี่ยวข้อง เช่น โรงเรียนเชียงรายวิทยาคม โรงเรียนสามัคคีวิทยา ในจังหวัดเชียงราย วิทยาเขตเพาะช่าง และมหาวิทยาลัยศิลปากร ด้วยการให้ทุนการศึกษาแก่นักเรียน นักศึกษาที่เรียนดีแต่ขาดทุนทรัพย์ สถาบันละ 10 ทุน ตลอดมาจนปัจจุบัน
จากประวัติชีวิตและผลงานดังกล่าวข้างต้น ของผู้ชายที่ชื่อ ถวัลย์ ดัชนี แสดงให้เห็นได้ถึงความเป็นศิลปินทางด้าน ช่างวาดรูป ผู้มีพุทธิปัญญานำแนวปรัชญาพุทธศิลป์มาสร้างสรรค์งานศิลปะไทยร่วมสมัยอันทรงพลังลุ่มลึกและแกร่งกร้าวด้วยปัจเจกภาพส่วนตัว มีเนื้อหาสาระและท่วงทำนองมีที่มีชีวิตและจิตวิญญาณของความเป็นไทยให้เห็นเกือบทุกชิ้นงาน เป็นผู้นำศิลปะไทยเสนอต่อสายตาชาวโลกด้วยวิธีการที่มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง ทั้งยังได้สร้างคุณูปการต่อวงการศิลปะจนเป็นที่ยอมรับทั้งในและต่างประเทศ จึงไม่แปลกเลยที่เขาจะได้รับการประกาศยกย่องเชิดชูเกียรติให้เป็น ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) ประจำปีพุทธศักราช 2544
ดร.ถวัลย์ ดัชนี เกิดเมื่อ วันที่ 27 กันยายน 2482 ที่จังหวัดเชียงราย
สำเร็จการศึกษา - ปริญญาตรีบัณฑิต (เกียรตินิยม) จากคณะจิตรกรรม ประติมากรรม
มหาวิทยาลัยศิลปากร ภายใต้การสอนของ ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี
- ปริญญาโท ด้านจิตรกรรมฝาผนัง อนุสาวรีย์และผังเมือง
- ปริญญาเอก ด้านอภิปรัชญาและสุนทรียศาสตร์ ราชวิทยาลัยศิลปะแห่งชาติอัมสเตอร์ดัม เนเธอร์แลนด์
ผลงานของ ดร.ถวัลย์ ดัชนี
ผู้ที่มีพุทธิปัญญาสามารถนำแนวปรัชญาพุทธศิลป์มาสร้างงานศิลปะไทยร่วมสมัยที่ทรงพลัง ลุ่มลึกและแกร่งกร้าว มีเนื้อหาสาระ และท่วงทีที่มีชีวิตวิญญาณของความเป็นไทย ผสมผสานระหว่างแนวปรัชญาตะวันออกและตะวันตก เป็นผู้มีบทบาทยิ่งในการเผยแพร่ผลงานศิลปะไทยโดยมีผลงานแสดงเดี่ยว และกลุ่มมากมายหลายครั้งทั้งในประเทศ และต่างประเทศแถบเอเชีย ยุโรปและอเมริกา จนสื่อมวลชนต่างประเทศสนใจชีวิต และงานของ ดร.ถวัลย์ ดัชนี จัดทำเป็นเอกสารสิ่งพิมพ์ สื่อภาพยนตร์และรายการโทรทัศน์เผยแพร่ไปทั่วโลกมากมาย
ท่านเป็นจิตรกรคนแรกที่ได้รับรางวัล วัฒนธรรมแห่งเอเชีย เมืองฟุคุโอกะ ครั้งที่ 12 ประจำปี พ.ศ. 2544 (The 12th Fukuoka Asian Culture Prizes 2001)และได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติเป็น ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์(จิตรกรรม) ประจำปี พ.ศ.2544 นอกจากนี้ ยังได้สร้างคุณูปการต่อวงการศิลปะด้วยการตั้งมูลนิธิถวัลย์ ดัชนี สนับสนุนการศึกษาโดยเฉพาะด้านทัศนศิลป์ รวมทั้ง ได้ใช้เวลานานกว่า 25 ปี สร้างพิพิธภัณฑ์ศิลปะพื้นบ้านในเนื้อที่กว่า 100 ไร่ ที่บ้านดำ ตำบลนางแล จังหวัดเชียงราย สำหรับจัดแสดงศิลปะพื้นบ้านตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันนับเป็นประโยชน์อย่างมากต่อการศึกษาศิลปวัฒนธรรมของอนุชนรุ่นหลังสืบไป
ภาพถ่ายบางส่วนจาก : http://www.oknation.net/blog/naykrok/2009/01/23/entry-1
http://www.thatphanom.com/webboard/show.php?Category=tpn&No=4404
http://www.chiangraifocus.com/webboard/view.php?Qid=5846&cat=1
|