ความคิดฝันและมุ่งมั่นของดีฆอลาฆู
ดีฆอลาฆู:สื่อความคิดฝัน สร้างสรรค์สังคม Advertisement
หน้าบ้านดีฆอลาฆู arrow บันทึกชีวิตของผม arrow เรื่องเล่าจากบทเพลงและดนตรี arrow เยี่ยมค่าย สืบสานตำนานนิทานสร้างสรรค์
Tuesday, 07 September 2010
 
 
เมนูหลัก
หน้าบ้านดีฆอลาฆู
ดีฆอลาฆูรายงานตัว
* ฟังเพลงของดีฆอลาฆู *
บันทึกชีวิตของผม
ผลงานศิลปะของผม
ผลงานศิลปะกลุ่มเลใต้
ผลงานศิลปะของกลุ่มหอไตร
ผลงานศิลปะเพาะช่างช่วยช้าง
ภาพประทับใจ
เรื่องราวจาก E-mail ของผม
แนะนำศิลปินไม่สังกัดค่าย
กระดานข่าว - สนทนา
ติดต่อดีฆอลาฆูดอทคอม
ค้นหา Search
Hotline สายด่วนเพื่อสังคม
อองซาน ซูจี
สื่อ คิด ฝัน สร้างสรรค์ สังคม
อัลบั้มบทเพลงเพื่อสันติภาพสู่สันติธรรม -
อัลบั้มบทเพลงเพื่อสันติภาพสู่สันติธรรม










อัลบั้มน้ำตายาง ปกแดง -
ก้าวที่1อัลบั้มน้ำตายาง
อัลบั้ม"น้ำตายาง"ปกแดงนี้รับรางวัลพระพิฆเนศทองพระราชทาน(เพลงกองเกวียน) บริษัทวัฒนชัยมิวสิคเป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่าย(เซ็นสัญญาสามปี 2547-2549)นำไปวางจำหน่ายที่เซเว่นอีเลฟเว่น(ทางภาคใต้) ตอนนี้หมดไม่ผลิตออกมาจำหน่ายอีกแล้ว.. หลังจากนี้จะนำเพลงบางเพลงในอัลบั้มเฉพาะเพลงที่เป็นลิขสิทธิ์ของผม(ดีฆอลาฆู)ไปรวมกับเพลงอื่นๆ ที่ทำขึ้นมาใหม่ และตั้งชื่ออัลบั้มใหม่..









แนะนำศิลปิน - มีศิลปินที่น่าสนใจมาแนะนำอีกหลายศิลปิน ดีฆอลาฆูจะค่อยๆทยอยนำมาลง ติดตามเป็นกำลังใจให้กันและกันนะครับ
ศิลปินท่านใดจะนำเสนอผลงานเพื่อประชาสัมพันธ์ ดีฆอลาฆูยินดีนำเสนอให้ ส่งผลงานมาที่..
คลิก! ตรงนี้เลยครับ









อัลบั้มน้ำตายาง -
ก้าวที่2อัลบั้มน้ำตายาง
อัลบั้มปกนี้หมดไม่ผลิตแล้ว ปี2547นำไปวางขายที่ร้านกาแฟ "บ้านใร่กาแฟ"ในปั๊มJET หลังจากนี้จะยกเพลงบางเพลงไปรวมกับเพลงอื่นๆที่ทำขึ้นมาใหม่ ตั้งชื่ออัลบั้มใหม่..









อัลบั้มเส้นทางแห่งความศรัทธา - ทั้งสองปกนี้ผลิตเพื่อไปเผยแพร่ที่อเมริกาเมื่อเดือนมีนาคม 2551..









อัลบั้มพิเศษ -



ดีฆอลาฆูจัดทำCDทั้งสามอัลบั้มนี้ขึ้นมาเป็นกรณีพิเศษโดยเฉพาะ เพื่อเป็นสิ่งที่ระลึกและร่วมบันทึกประวัติศาสตร์ก้าวแรกของงานเทศกาล.."สายหมอก ดอกเพลง ครั้งที่ 1 ณ สวนฝากฟ้า กรุงชิง นครศรีธรรมราช" เมื่อค่ำคืนวันอาทิตย์ที่ 25 เมษายน 2552 ที่ผ่านมา










อัลบั้มอาลัยครูจูหลิง - ปกนี้หมดแล้ว ผลิตแจกไปเยอะมาก เป็นCDก็อปปี้ไปก็เยอะมากๆ ..ดีฆอลาฆูเปลี่ยนเป็นปกแบบใหม่โดยนำโปสเตอร์ของงาน"สายหมอก ดอกเพลง ครั้งที่ 1 "มาเป็นแบบ..
ผลิตขายเป็นครั้งแรกที่งาน "สายหมอก ดอกเพลง..ณ สวนฝากฟ้าครั้งที่ 1 เพียง 95 แผ่นเท่านั้น ตอนนี้ไม่มีวางจำหน่ายแล้วครับ

ก้าวที่3อัลบั้มอาลัยครูจูหลิง
ก้าวที่3อัลบั้มอาลัยครูจูหลิง
อัลบั้มอาลัยครูจูหลิงทั้งสามปกนี้ผลิตเพื่อไปเผยแพร่ที่อเมริกาเมื่อเดือนมีนาคม 2551









อัลบั้มวิถีคนจร -
ก้าวที่1อัลบั้มวิถีคนจร
ปี 2541 ก้าวแรกนี้สำคัญมาก แต่ไม่ได้ผลิตออกมาเป็นทางการฟังเอง ก็อปให้พี่น้องผองเพื่อนไปฟังบ้าง..หลายคงคนลืมเสียแล้ว









บทเพลงดีฆอลาฆู - ทุกบทเพลงที่ผมเขียนขึ้น สะท้อนวิถีชีวิตจากความเป็นจริงที่ตกตะกอนทางอารมณ์ จากความสะเทือนใจ จากความประทับใจ สมหวังหรือผิดหวัง จากการรอคอย จากความปรารถนา.. จากห้วงทุกข์และความสุขที่สัมผัส กรั่นกรองถ่ายทอดออกมาเป็นเพลงชีวิตด้วยความเต็มใจ บริสุทธิ์ใจ คือความจริงที่ปรากฎอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน..










Get This? Newsflash Scroller PRO for Mambo 4.5.1, © 2004 webraydian.com
สำหรับผู้ดูแลระบบ
ผู้เข้าชมในขณะนี้
ขณะนี้มี 9 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday240
mod_vvisit_counterYesterday481
mod_vvisit_counterThis week721
mod_vvisit_counterThis month2715
mod_vvisit_counterAll317043


เทวาสาธุการฯ


women in art
women in art..คลิก !

เปิดเสียงด้วยนะคะ
กราบขอบพนะคุณไทยรัฐ-เดลิWEB
ดีฆอลาฆู
ลงไทยรัฐ-เดลิWEB
เพื่อของขวัญปีใหม่สมาชิก ปี 2549
อัลบั้มน้ำตายางพิมพ์ครั้ง1-2546
อัลบั้มน้ำตายางพิมพ์ครั้งที่2-2547
อัลบั้มชุดอาลัยครูจูหลิงพิมพ์ครั้ง1-2550
อัลบั้มอาลัยครูจูหลิงไปเผยแพร่ที่อเมริกาปี2551
dekorlaku
แลกลิ้งค์
เพื่อนบ้านดีฆอลาฆู
สมาคมศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยศิลปากร

คลื่นใจมวลชน
บ้านครูซัน
วงคอน D7 Record รับทำเพลง รับทำเดโม
ศิลปินโฟลEเหน่อ-ลำภา
เว็บที่เกี่ยวกับการศึกษา
ปอเนาะ
oknation.net/blog/yuth111
ฅนท่องไพร
บ้าน ฅ.ฅน ริ้วรั้วบ้านแห่งบทเพลงใต้ดินทุกสไตลE..
www.puibuatip.com
อาหลูEquot; width=
saochiangmai
clubsounthren
kemaporn
เลอฌอ
AmphawaToday.com
ร้านฝนจางนางหาย
กรุงชิงดอทคอม
ForLife Siam.com :: สุนทรียภาพของเพลงเพื่อชีวิตแห่งสยาม
kontummadha
ลันดาออร์คิด และ รีสอร์ท

ยังมีอีกครับ
ค่อยๆนำมาลงเพิ่มเติม
เยี่ยมค่าย สืบสานตำนานนิทานสร้างสรรค์ PDF พิมพ์ ส่งเมล์
เขียนโดย ดีฆอลาฆู   
Tuesday, 22 June 2010
ความประทับใจจากค่ายเยาวชนในโครงการอบรมค่ายนักเล่านิทานน้อย สืบสานตำนานนิทานสร้างสรรค์
บทความและภาพถ่าย โครงการค่ายอบรมนักเล่านิทานน้อย สืบสานตำนานนิทานสร้างสรรค์ ครั้งที่ 2

เสาร์ที่ 5 มิถุนายน 2553ที่ผ่านมา ผมเดินทางไปเยี่ยมค่ายเยาวชนของสำนักคุ้มครองสวัสดิภาพหญิงและเด็ก กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่งคงของมนุษย์อย่างไม่เป็นทางการ โดยคำเชิญของพี่บี๋(แรมรุ้ง สุบรรณเสนีย์ ) และร่วมทำกิจกรรมขับขานตำนานนิทานสร้างสรรค์ ณ ชลพฤกษ์ รีสอร์ท นครนายก มีน้องตากับน้องเหน(รงค์รัชต์ จันทร์สุวรรณ)เป็นผู้ประสานงาน

จากข้อมูลที่น้องเหน่ให้มาผมก็รู้ว่าจะต้องทำอย่างไรบ้าง ไม่รู้สึกหนักอกหนักใจและตื่นเต้น อาจจะเพราะกิจกรรมครั้งนี้คล้ายๆหรือแนวทางเดียวกันเหมือนกับครั้งที่แล้ว ซึ่งจัดที่พระนครศรีอยุธยา ศูนย์กิจกรรมของ TT&T ภายใต้ “โครงการค่ายอบรมนักเล่านิทานน้อย สืบสานตำนานนิทานสร้างสรรค์ ” ภายใต้หัวข้อ “ ดนตรีขับขานตำนานนิทานสร้างสรรค์ ”


“...เยาวชนที่เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้เป็นเด็กที่ไม่ได้อยู่กับพ่อแม่ บางคนถูกทิ้งไว้ในโรงพยาบาลหลังคลอด หลายคนถูกละเมิด โดนทำร้ายร่างกายโดยพ่อแม่หรือบุคคลอื่นๆ และหลายคนเป็นเด็กเร่ร่อน หนีออกจากบ้านมาเป็นเด็กเร่ร่อน...”

พี่บี๋เล่าให้ผมฟังถึงความเป็นมาก่อนที่เด็กๆจะมาอาศัยอยู่ในบ้านสงเคราะห์

“..ทุกคนมาจากบ้านสงเคราะห์ 7 แห่งจากกรุงเทพและจังหวัดใกล้เคียง คัดเด็กที่มีนิสัยดีมาเป็นตัวแทนเข้าร่วมกิจกรรม..”
ชีวิตเด็กๆหลายๆคนต้องดำเนินไปบนเส้นทางที่เลวร้าย...ต้องเจอความรุนแรงที่ไม่ควรเจอ...โดยไม่มีใครสามารถช่วยได้

“..มีเด็กนับพันคนที่เจอเรื่องเลวร้ายหลากหลายรูปแบบ เป็นการกระทำรุนแรงที่ผู้ใหญ่ไม่ดีหยิบยื่นให้เด็กๆเหล่านี้.. เด็กๆที่หลุดรอดมาอยู่กับบ้านสงเคราะห์เป็นแค่เพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น ยังมีเด็กอีกมากมายที่ตกอยู่ในวังวนแห่งความรุนแรงตามยถากรรม...”

คือความเป็นจริงของปัญหาความรุนแรงต่อเด็กที่เกิดขึ้นในสังคมไทย

เด็กคือผ้าขาวที่บริสุทธิ์ แต่ผู้ใหญ่ใจร้ายเอาสีหม่นหมองมาแปดเปื้อนหัวใจของเขาให้มีมลทิน ทำไมต้องทำกับเด็กด้วย...

“..ผู้ใหญ่ที่ทำร้ายเด็กในวันนี้ คือผู้ที่เติบโตมาจากเด็็กมีปัญหาในวันก่อนใช่หรือไม่..” ผมนึกสงสัยขึ้นมาในใจ...
ในห้วงความคิดลึกๆของเด็กๆในขณะนี้กำลังคิดอะไร โลกที่เขามองอยู่ตอนนี้เป็นสีอะไร หม่นหมองเพียงไหน...หรือว่าเพราะความเป็นเด็ก ประสบการณ์ยังอ่อนด้อยเดียงสา เขาอาจมองโลกเป็นสีสวยสดใสอยู่เสมอ แม้เจอเรื่องเลวร้าย...
ณ เวลานี้ มีคำถามมากมายเกิดขึ้นในใจของผม

โชคดีที่โลกใบนี้ไม่ได้มีแต่ด้านเลวร้ายด้านเดียว ยังมีด้านที่ดีๆที่ทำให้โลกนี้น่าอยู่...วิถีแห่งโลกมีความเป็นธรรมให้กับทุกคนเสมอ

เมื่อมีคนทำลาย ก็มีคนสร้าง มีคนคอยแก้ไข

มีคนคอยทำร้าย ก็มีคนรักษา คอยเยียวยา
มีคนใจร้าย ก็มีคนใจดี มีเมตตา

โชคดีที่ยังมีคนดีๆอีกมากมายที่พร้อมจะเสียสละประโยชน์ส่วนตัวเพื่อประโยชน์สุขของเด็กน้อย
จำนวนคนดีกับคนเลว ฝ่ายไหนจะมีจำนวนมากกว่ากัน ความสุขสงบยังคงมีให้ผมเห็น คนดียังดำรงอยู่ได้ แสดงว่าโลกนี้ยังคงมีความสมดุล
หรือว่าโลกสูญเสียความสมดุลให้กับฝ่ายเลวร้ายไปเสียแล้วโดยผมไม่รู้ตัว

ปัญหาความรุนแรงที่เกิดขึ้นกับเยาวชนวันนี้มันมากมายและหมักหมม เรื่องเก่าผ่านไป เรื่องใหม่ก็เกิดขึ้นมา...

เด็กเกเรคนหนึ่งเมื่อเขาโตขึ้น เขาต้องเป็นผู้ใหญ่ที่เลวใช่ไหม..หรืออาจจะไม่เสมอไป เขาอาจเรียนรู้เข้าใจชีวิต เป็นผู้ใหญ่ที่ดีก็เป็นไปได้ใช่ไหม..

ผมได้มาเห็นภาพ พี่บี๋ น้องเหน่ พี่ปุ้ย น้องตา คุณครูมู คุณครูสุเทพ และอีกหลายคน ได้มาร่วมกันระบายแต่งแต้มสีสวยๆลงในหัวใจของเด็กน้อยเหล่านี้กันอย่างเต็มที่

เด็กๆได้ฟังนิทานจากคุณครูมูผู้ใจดี คุณครูมูมีชื่อจริงว่า ครูชัยฤทธิ์ ศรีโรจน์ฤทธิ์ เป็นนักเล่านิทานประกอบเชือกที่มีความสามารถสะกดเด็กๆได้อย่างน่าทึ่ง น้ำเสียงและท่าทางประกอบการเล่านิทานของครู อย่าว่าแต่เด็กๆเลยครับ ผู้ใหญ่อย่างผมก็โดนสะกดไปด้วย




เด็กๆคงอยากให้โลกหยุดลงตรง ณ เวลานี้...เพื่อจะได้ฟังนิทานจากคุณครูมูตลอดไป


หมดจากหน้าที่ของคุณครูมู เด็กๆก็ได้เรียนวาดภาพกับคุณครูสุเทพ

คุณครูสุเทพสอนให้เด็กๆวาดภาพ เริ่มต้นด้วยให้เด็กรู้จัก “เส้น” อันเป็นจุดเริ่มต้นของการวาดรูป ทุกคนต้องเรียนรู้กันก่อน...
จากภาพที่คุณครูสุเทพสาธิต ทำให้เด็กๆเห็นศักยภาพอันทรงพลังของเส้นว่าสามารถให้อารมณ์แก่ผู้ดูอย่างไรบ้าง

คำว่า “เส้น” นี่ผมขอแทรกหน่อยนะครับว่านอกจากจะทรงพลังในการแสดงออกมาทางอารมณ์ได้ดีทางศิลปะแล้ว เส้นในความหมายอีกอย่างหนึ่งก็ทรงพลังไม่แพ้กันก็คือ คนที่มีเส้นจะเป็นคนที่ได้เปรียบทางสังคม เขาได้รับผลประโยชน์มากกว่าคนไม่มีเส้น เคยได้ยินประโยคนี้ไหมครับ “...จบป.4ไม่มีเส้น ร้อยเปอร์เซ็นต์เป็นกรรมกร..
มีเส้นสายซะอย่าง สบายไปหลายอย่าง...”

บางทีคำว่า “เส้น” ก็แสดงถึงสัมพันธภาพของคนได้เช่นกัน
“..สองคนนี้เขาไม่กินเส้นกัน..”
ไม่ใช่ไม่กินเส้นก๋วยเตี๋ยวนะครับ แต่มีหมายความว่าไม่ลงรอยกัน มีปัญหากัน..

แทรกนอกเรื่องมาเล่นๆครับ เข้าเรื่องต่อดีกว่านะครับ..



การสอนวาดภาพของคุณครูสุเทพ มีกลวิธีที่น่าสนใจทำให้เด็กๆไม่เบื่อ... เด็กๆวาดภาพระบายสีอย่างเพลิดเพลินจนลืมทานข้าว ถึงเวลาอาหาร ก็ยังไม่ค่อยอยากจะลงไปทาน เรียกว่าลืมความหิวกันไปเลย...


ห้วงเวลาถัดมาเด็กๆได้ฟังน้ำเสียงหวานๆขับขานเพลงเพราะๆจากพี่บี๋ เคล้ากับเสียงกีต้าร์ใสๆTakamineจากฝีมือน้องเหน่..
การเล่นกีต้าร์ของน้องเหน่พัฒนาฝีมือขึ้นมาหลายขั้น เกากีต้าร์พร้อมๆเป่าเม้าท์ออแกนไปด้วย ลีลามืออาชีพขึ้นทุกวัน..

ผมเองก็ทำหน้าที่คอยส่งยิ้มและแทรกเสียงร้อง ส่งเสียงขลุ่ย เล่นกีตาร์ และไล่เสียงแอคออร์เดี้ยนสอดประสานเสริมทำนองของบทเพลงล้อกับเสียงกีต้าร์เพื่อสร้างสีสัน...
เสียงหวานๆของพี่บี๋ที่ขับขานบทเพลงออกมาในวันนั้น เกือบทั้งหมดเป็นฝีมือการประพันธ์ของน้องเหน่

“..ผมรู้สึกว่าไม่อยากร้องเพลงของคนอื่นต่อไปอีกแล้ว อยากร้องเพลงที่ตัวเองแต่งเท่านั้น..”
ประโยคนี้ที่น้องเหน่พูดออกมา ทำให้ผมรู้สึกได้ทันทีว่า วันนี้ประเทศไทยได้มีครูเพลงคนรุ่นใหม่ตัวจริงเกิดขึ้นมาอีกหนึ่งคนเป็นที่เรียบร้อยแล้วครับ

..วันก่อนวงการเพลงบ้านเรามี “ครูสลา” ผู้โด่งดัง ทำไมวันนี้จะมี “ครูเสน่” ไม่ได้จริงไหม..
ผมรู้สึกทึ่งในความสามารถของเขาครับ

วันนั้นผมเลือกเพลงมาร้องไปสองเพลง คือเพลง มือเรียวเกี่ยวรวง ของอาจารย์หมู พงษ์เทพ กระโดนชำนาญ โดยเนื้อหาสาระของบทเพลงนี้บอกถึงความรักสามัคคี และสำนึกรักบ้านเกิิดเมืองนอน

อีกเพลงก็คือ เพลงสักหนึ่งราตรี ของดีฆอลาฆู เป็นการส่งสารจากใจของผมถึงใจของทุกๆคน ณ ที่นั้น ปลอบใจและให้กำลังใจกันและกัน..หากเรามีจิตใจที่เข้มแข็ง มีกำลังใจที่ดี อุปสรรคหนักหนาเพียงใด ก็ไม่หวั่นไหวใช่ไหมครับ..

ผมหวังว่าบทเพลงจากเสียงหวานๆของพี่บี๋ และเสียงกีต้าร์ใสๆ ฝีมือครูเสน่คงดังก้องกังวานห้วงคำนึงของเด็กๆตลอดไปนานแสนนาน...

ด้วยแววตาที่สดใสเป็นประกาย รอยยิ้มอย่างมีความสุขของเด็กๆทุกคน เสมือนสีสวยๆที่แต่งแต้มหัวใจผมให้มีสีสวยสดงดงามไปด้วย...

ห้วงระยะเวลาสามวันที่เด็กๆได้มาอยู่ร่วมทำกิจกรรมด้วยกัน ถึงแม้ว่าจะเป็นเวลาที่ไม่มากนัก แต่ก็คงมากพอที่จะเสริมสร้างการเรียนรู้ ทำให้เด็กๆมีทัศนคติเป็นบวกในการมองโลก เขาได้รู้ว่าโลกใบนี้ยังมีสิ่งที่ดีๆสดใสสวยงามอยู่ด้วยนะ มิใช่จะมีแต่ด้านเลวร้ายเพียงอย่างเดียว

ชีวิตจริงที่เด็กๆเจอมา ความรุนแรงที่ถูกคนใกล้ชิดมอบให้มา ไม่ว่าจะเป็นพ่อ แม่ ญาติ พี่น้อง หรือผู้ใหญ่คนไหนทำร้ายเขามา วันนี้เขาได้รู้รับรู้แล้วว่า ยังมีผู้ใหญ่ใจดีอีกหลายๆคนที่คอยโอบอุ้มช่วยเหลือ มอบความดีงามด้วยความเต็มใจและจริงใจยิ่งให้กับเขา จำนวนคนเหล่านี้มีมากกว่าจำนวนผู้ใหญ่ใจร้ายที่เคยทำร้ายเขาอีกตั้งมากมาย..

ด้วยความเป็นจริงในวิถีแห่งโลก แน่นอนครับว่า...ไม่ว่าจะเป็นสิ่งที่ดีหรือสิ่งที่เลวร้าย... ทั้งสองอย่างจะเป็นบทเรียนให้กับชีวิตของเรา... เด็กๆจะเลือกจดจำอะไรไว้ หรือว่าลืมอะไรบ้าง อยู่ที่ใจของเขาเอง...

ผมหวังว่าความทรงจำที่เลวร้ายในวันที่ผ่านมา จะเป็นประสบการณ์ตรงที่ดี ช่วยให้เขาก้าวเดินไปข้างหน้า เติบโตเป็นผู้ใหญ่ใจดีมีคุณธรรม มีเมตตากรุณา รู้จักความอดทน เข้มแข็ง มีความเสียสละต่อเพื่อนมนุษย์ผู้ร่วมชะตากรรม


ตั้งแต่ห้าโมงเย็นของวันที่ 5 มิถุนายน 2553จนถึงบ่ายสามโมงของวันที่ 6 มิถุนายน 2553 เป็นห้วงเวลาแห่งความสุขของผมอีกวาระหนึ่ง
เมื่อผมมีความสุข ผมก็เชื่อว่าเด็กๆทุกคนมีความสุข และเจ้าหน้าที่ทุกๆคนที่ได้มาร่วมกันทำกิจกรรมในครั้งนี้ก็คงจะมีความสุขกับการทำงานกันถ้วนหน้าเป็นแน่แท้...

เด็กๆ 40 กว่าชีวิตจากบ้านสงเคราะห์ต่างๆที่เดินทางมาร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ คงจดจำความรู้สึกแสนประทับใจนี้ไปอีกนานเท่านาน
ความประทับใจจะช่วยให้การมองโลกของเขางดงามด้วยทัศนคติที่ดี

สิ่งเลวร้ายที่เคยได้รับมานั้น มันไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไรเลย เพราะว่าความเลวร้ายที่เกิดขึ้นกับเขาในวันนั้น ทำให้เขาได้มาเจอผู้ใหญ่ใจดี ได้มารู้จักกับสิ่งดีงามในวันนี้

นี่คือแสงธรรมส่องนำทางเขาเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ....

อืม...ในวิกฤตย่อมมีโอกาสดีๆแฝงตัวมาให้เราเสมอ

เด็กคือ อนาคตของโลกครับ...

ผมเดินทางกลับด้วยหัวใจที่อิ่มเอม การได้พบเรื่องราวดีๆแบบนี้ทำให้หัวใจผมยิ้มได้
ผมมองโลกสวยงามมากขึ้นกว่าเดิม
รอยยิ้มของทุกๆคน เสียงหัวเราะของเด็กๆ ทำให้ผมมีความสุข...ทำให้หัวใจของผมเบิกบาน
ขอให้ทุกคนมีความสุขอย่างนี้ตลอดเวลา ตลอดไปและตลอดกาลชั่วนิจนิรันดร์นะครับ

ขอขอบคุณ พี่บี๋ น้องเหน่ พี่ปุ้ย น้องตา คุณครูมู คุณครูสุเทพ และเจ้าหน้าที่ทุกๆคนอีกครั้งที่ให้เกียรติกับผมทำให้ได้มีโอกาสมาร่วมงานในครั้งนี้
หวังว่าโอกาสต่อไป ผมคงได้ร่วมกิจกรรมดีๆนี้กับกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการอีกนะครับ




คุณครูเสน่ คุณครูสุเทพ คุณครูฉาย(ดีฆอลาฆู) คุณพี่ปุ้ย คุณพี่บี๋ คุณครูมู คุณน้องตา


ด้วยมิตรภาพจากใจ
ดีฆอลาฆู
5 – 19 มิถุนายน 2553

หมายเหตุ : หากท่านอ่านมาถึงบรรทัดนี้ มีข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะติชมประการใด คลิกตรงนี้ เขียนถึงผมได้เลยครับ..

ถัดไป >
ทรงพระเจริญ
คลิก ไปฟังเพลงพระราชนิพนธ์
Dekorlaku Chatroom
ส่งข้อความถึงกัน

ขอบพระคุณที่ท่านมาเยือน
กระดานข่าว-สนทนา

ย้อนกลับ


รู้จักกีต้าร์กันหน่อย
คลิก
เพื่อไปรู้จักกีต้าร์กันหน่อย


เพื่อนบ้านดีฆอลาฆู
Thai Art Council USA
nakhontoday
fm91.50
http://www.sapanpleang.com
pattanitoday
phatlung
taidin
forlifethailand
compee
tidso
meunglung
คนคาราบาว
เพลงใต้ดอทคอม
น้อย แสตมป์
ภูเด็กแนว
ประสาทาร์ซาน
กลุ่มรอเท้าแตะ
จิตรธานี
ชมรมต้นกล้า

ยังมีอีกครับ
ค่อยๆนำมาลงเพิ่มเติม
 
Top! Top!